อยากเล่า ประสบการณ์ไปสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

สวัสดีวันหยุดวันอาทิตย์

การนอนกลิ้งอยู่บนเตียงพร้อมกับกองหนังสือใหม่ 4-5 เล่ม ที่พึ่งไปสอยมานี่มันช่างฟินซะเหลือเกิน

..

การเดินงานหนังสือครั้งนี้พิเศษมาก เพราะได้ไปเดิน survey มาก่อนแล้วหนึ่งรอบในวันธรรมดา

แอบไปกับพี่ๆ ที่ออฟฟิศ Pronto Tools คือตัดสินใจก่อนไปประมาณสองชั่วโมง

พอสักประมาณ 5 โมงเย็นก็เก็บของ แล้วนั่งแทกซี ต่อด้วย MRT ไปงานหนังสือเลย

คือวันธรรมดาคนน้อยมากๆ ทางเดินนี่กว้างมากจริงๆ ไปแล้วได้เดินดูหนังสือเต็มที่แน่นอน

แต่ด้วยความที่มึนๆ อึนๆ เพราะคืนก่อนหน้านั้นนอนน้อย แบบว่าติดละคร อิอิ

ก็เลยเดินเฉพาะที่คนอื่นเค้าเดินกัน

ส่วนใหญ่วันนี้ก็จะไปหยุดอยู่ที่ร้านตุ๊กตา ร้านหนังสือการ์ตูนแนวมุ้งมิ้ง เหมาะกับหน้าตา

แต่ก็ได้ลิสต์ของหนังสือที่อยากได้มาพอสมควรแก่งบ

..

และแล้วก็กลับไปอีกรอบนึง ต้องขอบอกก่อนเลยว่า มีหนังสือหลายๆ เล่มไม่ได้อยู่ในลิสต์

และหนังสือบางเล่มที่อยู่ในลิสต์ก็ไม่ได้ซื้อ แหะๆ ก็แอบเสียดายเหมือนกันนะ

แต่คิดว่าคงจะได้เจอกันในครั้งถัดไป ไม่พลาดแน่ๆ

มาดูกันดีกว่าว่าการมางานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ เกิดเหตุการณ์อะไร และหนังสืออะไรบ้าง

..

เหตุการณ์แรก นั่ง BTS มาลงที่สถานีอโศก ที่ที่คุ้นเคย แบบว่ายังไม่ถึงงานสัปดาห์หนังสือเลย

ก็มีผู้ชายข้างๆ สะกิด “ตั๊กๆ .. นั่นครูทอม คำไทย!! เค้าต้องไปงานหนังสือเหมือนกันแน่ๆ เลย”

แล้วก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า ด้วยอาการตื่นเต้นเหมือนกะตั๊กได้เจอน้องนาย ตัวเป็นๆ ระยะ 3 เมตร

จริงๆ แล้ว เราเองก็ตื่นเต้นเหมือนกันนั่นแหละ เพราะเราก็ปลื้มครูทอมเหมือนกัน

รู้จักกันครั้งแรกตอนไปงาน One Night Standup Comedy ของพี่ญู เมื่อเดือนกุมภาฯ ที่ผ่านมา

และแล้วเรา 2 คนก็เดินตามหลังครูทอมตั้งแต่ BTS อโศก ไปจนถึงงานหนังสือเลย

..

โอเค..​ นอกเรื่องของหนังสือไปแล้ว ก็กลับมาเรื่องของหนังสือซักที

มาดูกันว่าปีนี้เสียตัว เห๊ย!! เสียตังค์ เห๊ย!! ถูกแล้ว!! ให้หนังสือเล่มไหนบ้าง แถ่นแท้นน..

..

หมาจ๋า therapy – คุณนัด… หมาจ๋า

 

.. หมาจะเป็นเพื่อนแท้ที่คอยอยู่เคียงข้าง คอยบรรเทา และก้าวผ่านทุกความโศกเศร้าไปพร้อมๆ กับเรา..

เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่เดินเข้าไปในงานแล้วซื้อเลย.. เพราะหน้าปกน่ารัก 4 สีทั้งเล่ม

ปกติก็เป็นคนที่ Sentsitive กับน้องหมาอยู่แล้ว ก็โอเค เปิดอ่านคำนำ ดูเนื้อหานิดหน่อย ซื้อเลย

พอกลับมาบ้านก็เปิดอ่านไปแบบเพลินมากๆ อ่านไปเรื่อยๆ ก็น้ำตาไหล

เผอิญฝุ่นเข้าตา อ๋อ ไม่ใช่หรอ โทษทีๆ .. ซึ้งค่ะ

คือถ้าใครที่เป็นทาสหมา หรือที่บ้านเลี้ยงน้องหมา ก็คงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี

อ่านแล้วทำให้อยากกลับบ้านไปกอดน้องหมาเดี๋ยวนี้ นาวววว!

 

SEVEN BRIEF LESSONS ON PHYSICS – Carlo Rovelli

..หากเทียบกับโลกแห่งวรรณกรรม หนังสือเล่มนี้คงเปรียบได้ดัง “บทกวีแห่งฟิสิกส์” อย่างแท้จริง..

โอ้โห อะไรจะขนาดนี้ แค่อ่านปกหลังก็รู้สึกอยากจะอ่านให้จบ

หนังสือเล่มนี้คือสะดุดตาตั้งแต่ปก คือเป็นหน้าปกสีดำด้าน กับตัวหนังสือสีเงินเลื่อม

แทบจะทุกรอบที่ไปงานหนังสือ จะมีหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ติดมือกลับบ้านตลอด

ปีนี้ไปก็ได้เล่มนี้แหละ คราวนี้เกี่ยวกับฟิสิกส์เลย แต่เป็นฟิสิกส์ที่เค้าเคลมว่าอ่านง่าย

เหมาะสำหรับคนที่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์น้อยหรือไม่รู้เลย

 

อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก – ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์

ทำไมเราจึงไม่ควรชวนคู่เดตไปดูหนังรักหวานซึ้ง แต่กลับควรพาไปดูหนังบู๊ระเบิดภูเขาเผากระท่อม

เป็นหนังสือ Pop Science แนวหวาน ซึ้งแล้วก็ได้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปด้วย

ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้คือ มีลายเซ็นต์ของดร.นำชัย นักเขียนของหนังสือเล่มนี้ด้วย

แอบมีความเสียดายที่ไม่ได้เซลฟี่ด้วย เพราะเขินมาก

จนขนาดที่จะเข้าไปขอลายเซ็นต์ ยังพูดผิดๆ ถูกๆ  หรือไม่ก็คงติดเชื้อ “หนูษา”

 

Enchanted Forest ป่าต้องมนตร์ – Johanna Basford

เป็นหนังสือระบายสีสำหรับผู้ใหญ่ คืออยากได้มานานมากๆ ตั้งแต่สมัยเรียนปี 3 ปี 4

ช่วงนั้นหนังสือน่าจะเพิ่งออกใหม่ และขายดีมากๆ

ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ทำไม่ได้ดีอะไรมาก

แต่คิดว่ามันน่าจะเป็นงานที่ทำให้เราผ่อนคลายได้ในอันดับต้นๆ รองจากร้องเพลง

คือฝีมือไม่ได้ดี แต่ระบายสีเอามันส์ ว่างั้น.. ฮ่าๆๆๆๆ

คือเค้าว่ากันว่าการทำงานศิลปะนี่มันเป็นการบำบัดความเศร้าของเราได้

ก็เดี๋ยวมาลองกันว่า ระบายแล้วจะดู Dark กันแค่ไหน

 

Stories of Bobby Swingers: Afterlife Diaries – คุณทรงศีล ทิวสมบุญ

บันทึกของความรัก ความลับ ร็อคแอนด์โรล และชีวิตหลังความตายของบ๊อบบี้ สวิงเกอร์ส ผู้ที่เคยเป็นทั้งศิลปินและนักฆ่า

เล่มนี้บอกได้เลยว่าเป็นพรหมลิขิตล้วนๆ คือเดินเข้าไปที่บูธ Full Stop

แล้วสะดุดตามากๆ กับหน้าปก (อีกแล้ว) และลายเส้นของคุณทรงศีล นี่มันมีพลังมาก

คือโดยส่วนตัวแล้วก็จะชอบงานที่ออกแนว Dark อยู่แล้ว ก็ถึงบอกไงว่าเป็นพรหมลิขิต

รู้ทันทีในใจว่า..​ “จะเอาอันนี้ๆๆๆๆๆๆ” รีบซื้อเลยไม่ค่อยได้คิดอะไร

ข้างในหนังสือก็เป็นเรื่องราวของบ๊อบบี้ สวิงเกอร์ส ตัวละครผี

อ๊ะ.. เปิดมาข้างในเล่มคือมี ซีดีเพลงด้วยยยยยยย โอเอมจีตัวใหญ่!

เพลงแทบทั้งหมดคือแต่งเนื้อร้องและทำนองโดยคุณทรงศีล

คือทำไมมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้ รู้สึกปลื้มจริงจังกับผู้ชายคนนี้

และนอกจากเนื้อหา ภาพ เพลงแล้ว อีกอย่างนึงที่คุ้มค่ามากคือ

คุณทรงศีลนั่งแจกลายเซ็นต์อยู่ที่บูธด้วยค่า ไม่รอช้าเลย เข้าไปขอลายเซ็นต์

แล้วคือเซ็นต์นานมาก ลายเซ็นต์สวยมาก วาดรูปการ์ตูนหน้าตาคล้ายคุณทรงศีลให้ด้วย

นอกจากนี้ตอนจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ยังแถมของแถมให้อีก

เป็น Post card ก็ได้ หรือจะเอามาคั่นหนังสือก็ได้ สวยมากกกก

ปลื้มปริ่ม..

คิดว่าไปครั้งนี้คุ้มค่ามาก ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ

เช่น.. การขอลายเซ็นต์นักเขียน เป็นต้น อิอิ

จบ.