Happy Time to be Part of Pronto Marketing

ใครๆ ก็ว่า.. ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ..

เราเองก็เหมือนกัน และนี่ไม่ใช่แค่ครั้งแรกของการพิสูจน์ว่า..

เวลาแห่งความสุข มันผ่านไปเร็วจริงๆ

.

.

.

มาดูกันนะ ว่า “ช่วงเวลาแห่งความสุข” ที่บริษัท Pronto Marketing เป็นอย่างไร เราจะลองไล่ดูว่าระหว่างวันเราได้ทำอะไรบ้าง?

เราได้ Try to be Geek ด้วยแหละ โดยการทำ Kata ทุกเช้า 

สำหรับใครอยากรู้ว่า Kata มันคืออะไร? กลับไปอ่านของเราได้นะ 😀

วันแรกของการฝึกงาน เราได้ทำโจทย์ FizzBuzz ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดของโจทย์นี้ว่ามันเป็นยังไง เดี๋ยวเราจะกลับมาเขียนอีกวันหลังนะจ๊ะ อดใจรอกันนิดนึง  อิอิ

อันที่จริง.. เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนหรอก ว่าการทำ Kata มันเป็นยังไง ก็เพิ่งได้เขียนรู้จากที่นี่ ว่ามันลับคมดาบเราได้จริงๆ และมันมีประโยชน์มากๆ ในการฝึกวิธีคิดโปรแกรมมิ่งของเรา หลายๆ แบบ .. แบบไหนดีที่สุด ก็ใช้อันนั้น ซึ่งนอกจากจะทำให้โค้ดของเราสวยงาม อ่านง่าย เข้าใจง่าย ลดเวลาในการทำงานของโปรแกรมแล้ว ยังฝึกให้เรากลายเป็นมนุษย์ที่มีความรอบคอบ ไม่ละเลยกับการเสียเวลาลองพิจารณา ถ้าหากเปลี่ยนแปลงอะไรนิดหน่อย มันก็จะดีขึ้น ถึงจะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็ดีขึ้นกว่าเดิม //โห.. ช่างเป็นบริษัทที่สอดแทรกคุณธรรม..นำชีวิตจริงๆ ค่ะ

ตอนแรกๆ ของการทำ Kata เราก็ได้ทำคนเดียว.. แต่หลังๆ มา มีเพื่อนๆ เข้ามาฝึกงานเพิ่ม เย้ๆๆๆ เราก็ได้ทำ Kata แบบ Pair กับเพื่อนด้วยล่ะ อิอิ

CREDIT - P'KAN

CREDIT – P’KAN

.

.

อีกอย่างที่เราได้ Try to be Geek คือ การทำ CodeDojo ทุกวันศุกร์

CREDIT - P'KAN

CREDIT – P’KAN

การทำ Code Dojo ก็คล้ายๆ กับการทำ Kata คือการฝึกลับคมดาบเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่.. เราจะไม่ใช่แค่ Pair Programming ละ แต่จะมาร่วมกันทำเป็นกลุ่ม มี 3 คน ก็ทำ dojo กันทั้ง 3 คน  ถ้ามี 5 คน ก็ทำ dojo กันทั้ง 5 คนนั่นแหละค่า.. วิธีการทำคือผลัดกันทำทีละคน.. process ของการทำก็คล้ายๆ กับ Kata นั่นคือ “Test > Code > Refactor”

ประโยชน์ของมันคือ..​ เราทั้งหมดจะได้มาพิจารณา.. “โค้ดของเรา” ด้วยกัน ใครที่เป็นคนจับคีย์บอร์ดพิมพ์โค้ดอยู่ คนนั้นจะต้องอธิบายสิ่งที่เราทำ ให้เพื่อนๆ ทุกคนฟัง คือ.. พิมพ์ไป พูดไป.. เพราะฉะนั้น เราจะได้มีสติกับสิ่งที่เราทำ และต้องมีความเข้าใจกับสิ่งที่เราทำ ไม่ใช่เพียงแค่ท่องจำโค้ด แล้วมาพิมพ์ๆๆๆ ไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ ก็ยังฝึก communication skill อีก การพูด การอธิบาย เอาเป็นว่า Code Dojo นี่ ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัว..​ ใครสนใจอยากจะลองทำดู แบบ Try to be Geek ก็ลองเอาวิธีการ Code Dojo ไปใช้ดูนะคะ ประโยชน์เยอะมากๆ

.

.

ได้เรียนรู้วิถีการทำงานแบบ Agile

ดูรูปข้างล่างนี้ไว้นะคะ รูปน่าร๊ากกกก โมเอะ มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง … คงจะมีกำลังใจในการทำความเข้าใจกับ Agile โดยใช้ Scrum ในการ implement นะจ๊ะ

เราจะเรียกการทำงานใน 1 iteration ของ scrum ว่า.. ว่า ว่า ว่า ว่าาาาา า.. “Sprint” นะคะ โดยใน 1 sprint ของเราจะเท่ากับ 2 weeks (บางที่ อาจจะมีความยาวของ sprint สั้นกว่านี้ หรือยาวกว่านี้ก็ได้ แต่จะไม่เกิน 1 เดือน) ภายใน 1 sprint ก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ตามรูปข้างบน เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า บรรยากาศของจริงจะเป็นยังไง

วันแรกของ sprint เราจะมีกิจกรรมที่เรียกว่า “Sprint Planing” ทั้ง part 1 และ part 2 เป็นการเลือกงานมาทำภายใน 1 sprint นี้ พร้อมกับ estimate คะแนนให้กับงานแต่ละงาน นอกจากนี้ก็ยังจะมาช่วยกันดูรายละเอียดของแต่ละงานด้วย ว่ามีรายละเอียดของการจะทำงานนั้นให้เสร็จสมบูรณ์ มีอะไรบ้าง..

IMG_0552

CREDIT: P’KAN

 

หลังจากที่เรา planing เสร็จแล้ว ก็จะเอางานแต่ละงานเขียนใส่ sticky note แล้วแปะไว้ที่ physical board แต่นอกจากเราจะใช้ physical board แล้ว ก็ยังมี electronic board อีกด้วย เผื่อเอาไว้ใครอยากจะกลับบ้านไปอ่านรายละเอียดแต่ละการ์ดแบบง่ายๆ สะดวกดี อิอิ

orig-21285268

CREDIT: P’KAN

 

หลังจากการทำ sprint planning แล้ว วันต่อๆ ไป ก็จะมี daily meeting ที่เรียกว่า “Standup Meeting” เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุด ทุกๆ วัน คือเราจะสั่นตลอด ตื่นเต้นบ้างไม่ตื่นเต้นบ้าง บางวันก็ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น.. แต่เป็นเพราะ แอร์ลงหัว.. //ฉันหนาวเหลือเกินนนน.. ~ ~ ตึกโป๊ะ!!! เราก็จะต้องพูดกันเป็นภาษาอังกฤษ ว่าเมื่อวานทำอะไรมาบ้าง ติดปัญหาอะไรมั้ย? แล้ววันนี้จะทำอะไรต่อไป?

IMG_0551

CREDIT: P’KAN

 

หลังจาก standup meeting จบแล้ว เราก็จะมาวาดกราฟที่ Burn Down Chart หน้าตาก็ประมาณว่าเป็น Trend ถ้ามีการ์ดไหนทำเสร็จแล้ว ก็จะหัก point ของการ์ดนั้นออกจาก point ของการ์ดทั้งหมด ถ้ากราฟลงได้อย่างสวยงามคือเป็นเส้นทแยงมุม ซึ่งเป็น.. “เส้นในอุดมคติ” !!! การทำงานจริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้น มันก็เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ออกนอกเส้นทางบ้าง อาจจะไปถึงจุดหมายได้ทันเวลา หรือไม่ทัน แล้วแต่ sprint

IMG_0555

CREDIT: P’KAN

 

แล้วก็เข้าสู่โหมดการทำงานปกติในแต่ละวัน

กิจกรรมภายใน  sprint ยังมีอีกนะ …

Sprint Review ที่เป็นการให้ทุกๆ คนในทีม คุยกับ stake holder ว่าที่ผ่านมามีอะไรคืบหน้าบ้าง และใน sprint นี้ จะมีอะไรอัพเดทอีกบ้าง

Backlog Refinement คล้ายๆ กับการทำ Sprint Planning คือเราจะเข้าไปอยู่ในห้อง war room เหมือนกัน มานั่งดูการ์ดใน electronic board แล้วก็มาช่วยกันดูว่า จำนวนงานที่เหลือ เหมาะสมกับระยะเวลาการทำงานใน sprint ที่เหลือหรือเปล่า? เวลาเหลือเยอะ ก็อาจจะเลือกงานมาทำเพิ่ม ไม่ได้กำหนดว่าจะเลือกกี่งาน เราจะเลือกเข้ามาเพิ่มก้ได้ หรือไม่เพิ่มก็ได้

Retrospective เราทำวันสุดท้ายของ sprint เป็นการสรุปความรู้สึกเบื้องลึกของจิตใจของแต่ละคนในทีม ว่ามีความรู้สึกยังไงกับงาน กับ sprint ที่ผ่านมา เขียนเรื่องที่ดี เรื่องที่แย่ และเรื่องที่จะพยายามทำ (พยายามทำอะไรซักอย่างให้มันดีขึ้นอ่านะ) เขียนอะไรก้ได้ มันก็เหมือนการเปิดใจของแต่ละคน เราชอบมากกับการทำ Retrospective ฮ่าๆๆๆ

S__6848525

CREDIT: P’KAN

ส่วนใครที่อยากจะรู้รายละเอียดของ Agile แบบ Scrum เพิ่มเติม ติดตามได้ในโพสต์ต่อๆ ไป จ้าาาา หรือจะลองหาหนังสือมาอ่านก็ได้นะ เยอะแยะมากมายจริงๆ หรือถ้าไม่อยากอ่านเป็นหนังสือ ก็ลอง search ใน google เข้าไป.. ฮ่าๆๆๆ คนพูดถึง Agile เยอะมว๊ากกกกก

เราแอบไป search ดู แล้วแว๊บไปเจอรูปนี้..​ มันช่างเป็นเรื่องจริงในการทำงานของสังคมไทย ไม่ใช่เฉพาะงานสาย IT นะ แต่รวมไปถึงงานสายอื่นๆ ด้วย.. เพราะฉะนั้นมาใช้ Agile กันก็ดีนะคะ environment ของการทำงานจะได้ดีขึ้น 🙂

นอกจากนี้ เราก็ยังได้เรียนรู้เทคโนโลยี ของการ Develop และได้ลองทำจริงๆ ใช้จริงๆ ไม่รู้จะลิสต์มาหมดมั้ย เพราะเยอะจริงๆ ค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ คือเราว่าเราโชคดีมากถึงมากที่สุด และกำไรเยอะจริงๆ จากที่นี่ นี่แหละ “ทำงานจริง”

  • Vagrant
  • Elastic Search
  • Fabric
  • Test Driven Development (TDD)
  • Unit Test
  • Acceptance Test Driven Development (ATDD)
  • Cucumber
  • Capybara
  • Git
  • Continuous Integration (CI)
  • Django
  • Virtual Environment
  • etc…

เราว่าเราอาจจะลิสต์ไม่หมดนะ ฮ่าๆๆๆ บอกแล้วว่าเยอะจริงๆ กำไรจริงๆ

.

.

และแล้ว.. ก็ได้ออกสู่โลกที่กว้างคือ.. ได้ไปงาน Agile Thailand 2014 และไม่ต้องห่วงสำหรับการได้ไปฟรีๆ ฮ่าๆๆๆ แต่ก่อนจะออกไปสู่โลกกว้าง ก็ได้แปลงกายเป็น.. สาวโรงงานนรก ซักนิดนึง

พูดถึงงาน Agile Thailand เป็นงานที่ให้คนที่เข้าร่วมงานมาเปิด section นั่งพูดคุยเกี่ยวกับการทำ Agile หรือใครใช้เทคโนโลยีอะไร เกี่ยวกับการทำ Agile รวมถึงเรื่องสัพเพเหระเกี่ยวกับการทำงาน มันก็เป็นการเติมไฟให้กับเราได้เยอะเลยทีเดียว..

และแล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น.. คือ.. เปิด section กันเองด้วยจ้ะ -_- แหะๆ คือไม่ได้เตรียมอัลไล? แล้วน้องๆ จะพูดอัลไล? พี่ๆ ก็แนะนำว่าพูดถึงเรื่องการเป็น Intern in Agile Team จิๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ สรุปเหล่าสาวๆ lovely interns และอดีต lovely intern รวมทั้งหมด 4 ชีวิต จะพูดแบบกระทันหัน.. //นึกถึงตอนเรียนวิชาภาษาไทย ตอนม.5 เรียนเรื่องการพูดต่อหน้าสาธารณะชนแบบกระทันหัน !!! อื้มมม.. ได้ใช้จริงๆ เลยนะ ฮ่าๆๆๆๆ แต่ถึงจะกระทันหันมากขนาดไหน เราก็พูดจนหมดเวลานะจ๊ะ อร๊ายยย เขิลจัง..​ เก่งจุง.. ถึงจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็สนุกดีนะ ที่ได้ทำสิ่งที่ไม่ค่อยได้ทำแบบนี้ อิอิ

10273099_661082433946052_2187685880458679825_o

CREDIT: P’WINDY

10378000_562526940533564_3019555622172377570_n

CREDIT – JENIZ

 

หลังจาก Work Hard แล้วเราก็จะต้อง “Play Harderrrrrrr..” //จริงๆ เกือบจะกลายเป็น Play Hardest เลยก็เป็นได้

.

.

เริ่มจาก Snack Time ทุกวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. พอนาฬิกาค่อยๆ เขยิบไปที่เวลา 15.00 น. หรือ 3.00 PM ของทุกวัน ทุกๆ คนจะเริ่มมีอาการกระอักกระอ่วนในท้อง เหมือนกับต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาเติมเต็มท้องไส้ที่เริ่มจะว่างเปล่า ฮ่าๆๆ ไม่ต้องห่วงเลยว่ามาอยู่ที่นี่แล้วจะอดอยากปากแห้ง หิวโหย ขอบอกว่าเราเป็นคนที่น้ำหนักขึ้นยากมากๆ ตอนนี้ขึ้นมาละจ้ะ กิโลนึง สุดยอด หน้ากลมเลย เซ็ง T^T

ต่อให้หิวขึ้นไปอีก กับ Company Meeting and Sabai Sabai Party ทุกวันศุกร์ที่ 2 ของเดือน อันนี้งานใหญ่ รวมทั้งบริษัท อิ่มหนำสำราญมากๆๆๆๆ หุหุ พิมพ์ไป เลือกรูปไป ก็หิวไป ทำร้ายกันมากเลยนะโพสต์นี้..

CREDIT - JENIZ

CREDIT – JENIZ

CREDIT - JENIZ

CREDIT – JENIZ

 

Enjoy Eating in R&D Team ทั้งมีโอกาสและไม่มีโอกาสก็จะหาโอกาสกินให้ได้ ฮ่าๆๆ ช่วงเวลาแห่งการเสียพื้นที่ว่างในกระเพาะ อิ่มมากๆ ส่วนใหญ่จะเน้นบุฟเฟ่ต์ กินเข้าไปๆ น้ำหนักไม่ขึ้นให้มันรู้ไปสินะ ทั้งแซลม่อน พิซซ่า ชาบู เคเอฟซี ขอบอกตามตรง ตอนนี้หิวมากค่ะ มาม่าแพร๊ปปปส์..

CREDIT - JENIZ

CREDIT – JENIZ

CREDIT - JENIZ

CREDIT – JENIZ

CREDIT - JENIZ

CREDIT – JENIZ

CREDIT - JENIZ

CREDIT – JENIZ

พักเรื่องกินกันไว้ก่อน กลับมาสู่การบริหารเส้นเสียง ด้วยการร้องแคริโอกิ (Karaoke) สนุกมากๆ จำได้ว่าร้องตั้งแต่ หกโมงครึ่งหรือทุ่มนึงเนี่ยแหละ จนถึงห้าทุ่มได้ ฮ่าๆๆๆๆ เป็นการร้องแคริโอกิที่มันส์ที่สุดในชีวิต ร้องได้ยาวนานมาก และแหกปากได้แบบไม่ต้องกลัวข้างห้องด่า เพราะเราออกนอกสถานที่ ไม่ใช่แค่ในห้อง บลูโอ ชิดซ้ายเลย บ่องตง!

CREDIT - JENIZ

CREDIT – JENIZ

10521173_584058255047099_8210658403153970126_n

CREDIT – JENIZ

 

อีกอย่างของการได้เป็น intern ที่นี่ คงจะเป็นแรงบรรดาลใจให้พี่ๆ เปิด page “Girls Who Dev” ก็สาวๆ developer ใน pronto มีแต่น่ารักๆ ทั้งนั้นนิ่.. กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ

Screen Shot 2557-08-03 at 10.31.34 PM

เข้าไป LIKE กันได้แรงๆ ค่ะ ที่ https://www.facebook.com/girlswhodev

 

W E  . . A R E . . L O V E L Y . . T E A M ! !

CREDIT: P'KAN

CREDIT: P’KAN

 

 

ขอบคุณรูปภาพจากทุกๆ คนใน R&D Lovely Team และความอบอุ่น ความน่าร๊ากกที่ตลบอบอวล ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่สอนนู่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน

 

ถ้ากะตั๊กเรียนจบแล้ว กะตั๊กจะกลับไปตามหลอกหลอน.. !! พี่ๆ อย่าพึ่งผวานะคะ เราได้ทำบุญร่วมกันมาแล้ว ยังไงก็คงได้เจอกันอีก เนื้อคู่กันแล้ว ย่อมไม่แคล้วกันนะ ฮ่าๆๆๆ

 

รักที่สุด จุ๊ฟๆๆๆ

กะตั๊ก

 

Reference:

เป็นไงมาไง? ถึงได้ฝึกงานที่ Pronto Marketing

เราเขียนโพสต์นี้ขึ้นมา เผื่อใครอยากจะรู้ว่า โอกาสที่ได้ฝึกงานที่  Pronto Marketing ของเรามันเริ่มจากจุดไหน? 😀 นะ

.

.

.

.

นับตั้งแต่วันแรกเห็น link รับสมัครนิสิตนักศึกษาฝึกงาน ตำแหน่ง Junior Software Engineer ของบริษัท Pronto Marketing ที่รุ่นพี่โพสต์ประกาศใน group comswu ใน facebook

บอกเลยว่าสนใจตั้งแต่เข้าไปอ่านรายละเอียด ผ่าน smartrecruiter ไม่รู้อะไรดลใจให้ตอนนั้นอยากจะทำอะไรเกี่ยวกับ web มาก อยาก dev web สุดๆ อาจเพราะเพิ่งเรียนวิชา แล้วรัก และประทับใจมากๆ หรืออีกอย่างที่อาจจะดลใจให้สมัครที่นี่ คงเป็นเพราะ เป็นบริษัทที่มีฝรั่งเยอะดี 555 ก็แบบว่า… รู้ว่าเราไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมาย speak English ก็พอถูๆ ไถๆ ไปได้ แบบ งงๆ ฮ่าๆๆๆ แต่ประมาณว่าชอบพูด ก็เลยอยากจะ improve ตัวเองซักหน่อย ไหนๆ ก็ไหนๆ ลองสมัครดูแล้วกัน ไม่เสียหายอะไร..

หลังจากนั้น.. เราก็กรี๊สดังๆ ที่ห้องของตัวเอง.. มีฝรั่งคนนึง ส่งเมลกลับมาหา จากบริษัท Pronto Marketing ว่าให้ลองไปสัมภาษณ์ดู เราก็ถามเกี่ยวกับการสัมภาษณ์นิดๆ หน่อยๆ ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง? แต่เราก็งงๆ ว่าทำไมเค้าถึงให้ส่งเมลไปถามอีกคน พอถามอีกคนอีกเรื่องนึง ก็ให้ส่งเมลไปถามอีกคน งงๆ 5555 แต่ก็คิดในใจ เออ.. เค้าคงแบ่งเป็นแผนก บลาๆๆ

แล้วเราก็ไปสัมภาษณ์ ด้วยความที่ตื่นเต้นมากๆ แต่งตัวเรียบร้อยสุดๆ ด้วย จำได้ว่าใส่รองเท้าผ้าใบสีแดงไป (นี่เรียบร้อยสุดๆ แล้ว) คือ.. มีแต่รองเท้าแตะฟลิปฟลอป แล้วก็แฟลตที่พร้อมจะกัดเท้าตลอดเวลา ซึ่งแบบ เค้าอาจจะไม่ให้บริษัทก็เป็นได้ แต่งตัวไม่เรียบร้อย อะไรเยี่ยงนี้ ก็เลยจำใจต้องใส่รองเท้าผ้าใบที่ไม่เคยจะใส่เลยไป

สำหรับการเดินทางก็เดินทางง่ายมากๆๆ ไปบีทีเอสค่ะ ลงสถานีสะพานควาย แล้วเราก็นั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไป ยี่สิบบาท บอกว่า ประดิพัทธ์ 17 จอดข้างหน้า 33 Space แล้วค่อยเดินเข้าไปตึกข้างหน้า ตึกแรกเลยค่ะ แลกบัตรแล้วบอกว่ามาบริษัทพรอนโต้

แล้วเราก็นั่งรอซักแปปนึง พี่ๆ กำลังมีมีตติ้งอะไรซักอย่างอยู่..

หลังจากนั้นพี่ๆ มีตติ้งเสร็จแล้ว.. เราก็นั่งสั่น แบบว่า.. ตื่นเต้น.. เพราะถ้าเราตื่นเต้นเราก็จะสั่น ฮ่าๆๆๆ สั่นแบบหยุดไม่ได้ ไม่รู้ทำไม กร๊ากๆๆ ตลกดี แล้วการสัมภาษณ์ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้ ที่คิดไว้คือ คงจะมี HR ซักคนนึงมานั่งถามเราว่าเป็นไงมาไง มีความสามารถอะไร ชอบอะไร นู่นนี่นั่น ตามเสต็ปของ HR จะถาม แต่ที่นี่ มันไม่ใช่!! พี่ๆ ทุกคนที่อยู่ในทีม R&D หรือ Research and Development มานั่งสัมภาษณ์ OMG!!! ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมค่ะ ฮ่าๆๆๆ งงด้วย ทำไมไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดแว้.. แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะ ฮ่าๆๆ เราว่าเป็นกันเองดีมากๆ คือ.. ทุกคนคุยกับเราด้วยความเอ็นดู๊เอ็นดู เราก็แบ๊วๆ ใสๆ น่ารักๆ กร๊ากๆๆๆ ช่างเหมาะกันดีเหลือเกิน อิอิ นี่แหละ เราคลิกกับที่นี่และ เอาอะไรมาฉุดก็จะไม่ไปแน่ๆ

พี่ๆ ในทีมก็ถามว่าเราชอบอะไรที่เรียนมา .. บลาๆๆ จริงๆ ตอนนั้นเราก็ชอบหมด แต่เพิ่งเรียนเว็บมา ก็เลยจำได้ว่าชอบเว็บ ฮ่าๆๆๆ ชอบโปรแกรมมิ่งทุกอย่างแหละ อันที่จริง จริงๆ เราก็อยากรู้เหมือนกันนะ ว่าเราเหมาะกับอะไรมากกว่า .. ระหว่างทำเว็บ หรือเดฟจาวา .. พี่เค้าถามอะไรมา เราก็จะตอบไปอย่างที่คิด บางทีมันก็สับสนในตัวเองอยู่เหมือนกัน.. และพี่ๆ เค้าก็คุยกับเรานานมากๆ น่ารักทุกคนเลยยย อิอิ สุดท้ายก็รับเราฝึกงาน เย่ แล้วเราก็อยากรู้ว่าต้องฝึกกี่เดือน พี่เค้าก็บอกว่าแล้วแต่เรานะ ฮ่าๆๆๆ เราก็ไม่รู้อะ แต่พี่แนะนำว่า จริงๆ ฝึกแค่สองเดือนน่ะ มันไม่ค่อยได้อะไรหรอก พี่ว่าอยู่มากกว่านั้นจะดีกว่า เราก็เลยบอกไปว่า ประมาณสี่ห้าเดือนละกันค่ะ แล้วเราก็กลับไปทำหนังสือ บวกลบวันกับตอนปิดเทอม เปิดเทอม ให้เรียบร้อย สรุปคือ เริ่มฝึกงานวันที่ 1 เมษายน 2557

ถ้าอยากรู้ว่าฝึกงานที่ Pronto Marketing ใน lovely R&D team เป็นยังไง ติดตามต่อไป โพสต์หน้านะจ๊ะ 😀 

Kata & TDD (ฉบับย่อสุดๆ)

ไม่ได้อัพบล๊อคมานานโข ..
วันนี้เลยจะอัพสาระความรู้ และประสบการณ์ ที่ได้มาจากการฝึกงาน
และได้บรรจุเป็น lovely intern แห่ง R&D Team @ Pronto Marketing

Kata คืออะไร??

อันที่จริงเราเองก็ยังไม่สามารถนิยามมันได้แบบถูกเป๊ะๆ แต่รู้ว่ามันมาจาก คำภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรูปแบบท่าทางการฝึกฝน การต่อสู้ของญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการเขียนโปรแกรม เขียนโค้ด มันก็เหมือนกับการฝึกฝน (practice) เขียนโค้ดโจทย์เดิม ซ้ำๆ ยิ่งทำ ยิ่งเมพ เหมือนกับการลับคมดาบ ยิ่งลับ ยิ่งคม !!

Kata ทำได้อย่างไร??

ก่อนอื่นเลย ขอบอกตรงนี้ ว่าการทำ kata เราสามารถใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งภาษาไหนก็ได้ มาฝึกฝน แต่เราเริ่มโดยการทำจากภาษา python ซึ่งเราก็ได้มาเรียนรู้ syntax ใหม่ตอนเข้ามาเป็น intern ที่ pronto marketing และประทับใจกับ python มาก เป็นภาษาที่ syntax ไม่ยากจริงๆ ใครๆ ที่ไม่เคยเขียน พอมาอ่านก็สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน

ตัวช่วยในการทำ Kata เราจะใช้วิธีในการเขียนโค้ดวิธีที่เรียกว่า “Test Driven Development” หรือ “TDD” ที่เรารู้จักกันนั่นเอง ขั้นตอนการทำ TDD นั้นง่ายมากจริงๆ ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะคะ ว่าเป็น Test Driven ..

ขั้นแรก => เขียน Test

ขั้นที่สอง => เขียน Code

ขั้นที่สาม => Refactor

ดูเสต็ปแล้ว อธิบายเพิ่มเติมนิดนึง เผื่อบางคนอาจจะยังไม่เข้าใจ

การเขียน Test เราจะใช้สิ่งมีชีวิตดุ๊กดิ๊ก ตัวเล็ก ที่เรียกว่า unittest คือ automate test ตัวเล็กๆ ที่ใช้ทดสอบว่า code ที่เราเขียน เราไม่ได้มโนขึ้นมาเองว่ามันทำงานได้ถูกต้องดั่งใจ

การเขียน Code คือการเขียนเพิ่มส่วนโค้ดการทำงานลงไป หลังจากเขียน test และทำให้ test นั้นผ่านได้แบบง่ายที่สุด

การ Refactor คือการกลับมาดูสิ่งที่เราทำลงไป ทั้ง Test และ Code ว่ามันดีหรือยัง? ควรปรับปรุงตรงไหนหรือไม่? ขั้นตอนนี้ หลายๆ คนอาจจะมองผ่านมันไป แต่จริงๆ แล้ว มีประโยชน์มากค่ะ เรายอมใช้เวลาพิจารณาส่วน Test และ Code เพื่อการ Refactor ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด มันก็เหมือนการหมั่นจัดระเบียบข้าวของเครื่องใช้ในห้องนอน ทำตรงไหนเละไว้ หรือลวกๆ ไว้ ก็รับผิดชอบโดยการจัดระเบียบมันใหม่ซะ ! ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อจะได้ส่งผลบุญต่อการทำคาตะรอบต่อไป ไม่เละจนเกินเยียวยานั่นเอง

Reference:

http://en.wikipedia.org/wiki/Kata

http://chavp.wordpress.com/2013/11/19/tdd-kata/

First Time at Pronto

วันแรกของวันฝึกงาน ที่พรอนโต้

บอกได้ตรงๆ ว่า..​. “ตื่นเต้นม๊วกกก”

ตื่นเต้นตั้งแต่ขึ้นลิฟต์มาแล้วไม่เจอใครเลย ห้องปิด O.o !!!! พลันคิดในใจว่า..​ เราอาจมาเร็วเกินไปก็เป็นได้..

ดังนั้น..​จึงนั่งจุ้มปลุ๊กอยู่ที่บันได ข้างๆ ลิฟต์ อย่างใจจดจ่อ แล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊ก ..

เพื่อแจ้งให้พี่ๆ ทั้งหลายทราบ.. T^T ..

 

Q: ฝึกงานวันแรก ทำอะไรบ้าง???

A: โหววววว..​ สุดยอดแห่งความสนุกสนาน (นี่ตอบตรงคำถามปะ​?)

คือ.. ตอนแรกคุณพี่เค้าก็จะชี้แจงเรื่องเกี่ยวกับการฝึกงาน ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการได้ใบประเมินดีๆ TT

บอกได้อีกคำว่า..​เยอะสึสสส ..​แต่มั่นใจว่าอยู่ๆ ไป ใช้เวลากับมันช่วงนี้ ก็คงทำได้เอง …ล่ะมั้งงง

ต่อไปคือ.. ทำ Kata (จำได้คือเหมือนการลับคมดาบของญี่ปุ่น) เป็นการฝึกทำโจทย์ คล้ายๆ กับโจทย์ภาษา C ของ AJ.PD. (นี่คือชื่อในวงการ ที่คอมสวู)

ใช้ Python แต่.. ได้ข่าวว่าไม่เคยเรียน และเพิ่งจะลองฝึกจาก codeAcademy เมื่อสองวันก่อน ..

ขอบอกตามตรงว่า.. Syntax ก็จำไม่ได้ คำสั่งก็จำไม่ได้.. ตายยยยยยยยย.. อันที่จริงก็ยังไม่ตายซะทีเดียว

ขุดความรู้เรื่อง math และ algorithm ที่มีอยู่อย่างจำกัดและน้อยนัก.. งัดกลยุทธ์ทั้งหมด ออกมาเขียน Test & Code & Refractor

เริ่ดอะ .. ทำๆ ไปๆ ทำๆ มาๆ ก็หนุกดี แต่ถ้า advance มากๆ คงตายยยยยย หลายลูกเลย (มากกว่าลูกเดียว)

 

สวัสดี นิสิต !